ประชุมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 : หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ bkchamber.com
 
 ข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม
 ทำเนียบคณะกรรมการ
 ข่าวสารประชาสัมพันธ์
 กิจกรรมและงานของเรา
 นักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC
 ข่าวเศรษฐกิจ
 สถานที่ท่องเที่ยว
วันนี้ 86
เมื่อวาน 325
สัปดาห์นี้ 411
สัปดาห์ก่อน 1,605
เดือนนี้ 4,407
เดือนก่อน 7,698
ทั้งหมด 239,884
  Your IP :54.198.108.19

ประชุมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1

               วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.00 น. นายเจตน์  เกตุจำนงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย บึงกาฬ) ครั้งที่ 3/2560 ณ แหล่งท่องเที่ยงเชิงเวศน์ภูพานน้อย บ้านภูพานทอง ต.หนองบัว อ.เมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดย ดร.สมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดฯ เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งในที่ประชุมได้หารือประเด็นแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาทั้ง 3 ด้าน คือ 1. ด้านการค้าการลงทุน 2. ด้านเกษตร 3. ด้านการท่องเที่ยว และรายงานความคืบหน้า การดำเนินโครงการ/แผนงานในการพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ของหอการค้าจังหวัด 5 จังหวัด ตลอดจนเสนอให้หอการค้ากลุ่มจังหวัด เสนอโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน เพื่อส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) โดยมีแนวทางการพัฒนาดำเนินงานในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตามประกาศรัฐบาล ในส่วนภาครัฐต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงส่งเสริมการลงทุนและอำนวยความสะดวก ส่วนของภาคเอกชนต้องพัฒนาอุตสาหกรรม และการร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) เพื่อเสนอรัฐบาลดำเนินการต่อไป โดยดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าหากหอการค้ากลุ่มฯ มีแผนงาน/โครงการที่จะนำเสนอ รัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนและขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการไปสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

                หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ โดยนายเจตน์ เกตุจำนงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวว่า ศักยภาพของจังหวัดบึงกาฬคือมีภูมิประเทศที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีภูมิประเทศที่สามารถเชื่อมต่อด้านการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร และด้านอื่นๆ ตามเส้นทางแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว จังหวัดเงะอานห์ เชื่อมกับเมืองหนานหนิง มลฑลกวางซี (จีนตอนใต้) ได้ทั้งระบบล้อ และระบบราง อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับท่าเรือ เมืองวินห์ พร้อมนำเสนอแผนงาน/โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดบึงกาฬต่อที่ประชุม 3 ด้าน ประกอบด้วย
1. ด้านการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขง โดยนำเสนอโครงการหาดบึงกาฬเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ 2) เพื่อพัฒนาทางการค้า การเพิ่มมูลค่าทรัพยาการ สนับสนุนให้เกิดการเพิ่มมูลค่าหมุนเวียนทางการเงิน 3) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งการกีฬา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม 4) เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านและกลุ่มประชาคมอาเซียน 
2.ด้านการค้าชายแดน โดยนำเสนอโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-ปากซัน) ซึ่งได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการว่า อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 ว่าปัจจุบันออกแบบรายละเอียดเสร็จแล้ว ลงเงินค่าก่อสร้าง 3,000 ล้านบาท ฝ่ายไทยจะเสนอขอใช้เงินงบประมาณก่อสร้าง ส่วนฝ่าย สปป.ลาว ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะใช้แหล่งเงินกู้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านหรือเนด้า โดยแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 ส่วนคือ ถนนและด่านแต่ละฝั่งให้ประเทศเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำโขงแบ่งความรับผิดชอบคนละครึ่งนับจากกึ่งกลางสะพาน ส่วนรายละเอียดขั้นตอนการประกวดราคา จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-สปป.ลาว เนด้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ตามแผนจะก่อสร้างภายในปี 2562 ใช้เวลาการก่อสร้าง 3 ปี ข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2560
3. ด้านการเกษตร โดยนำเสนอแผนงานการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านยางพารา การผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านอุตสาหกรรมยาง เนื่องจากเป็นประเทศผู้ผลิตยางอันดับหนึ่งของโลกจึงมีโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปเบื้องต้น และจังหวัดบึงกาฬมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 887,852 ไร่ ที่มากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นจึงมีโอกาสและความเป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้ใช้ รวมถึงพัฒนาการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยางในชั้นปลาย ตามห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาง ต้นน้ำ -> กลางน้ำ -> ปลายน้ำ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่ายางพารา อาทิ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ล้อรถยนต์/ล้อรถมอเตอร์ไซร์ หมอนยางพารา ถุงมือทางการแพทย์ รองเท้าและอุปกรณ์กีฬา ผลิตภัณฑ์ฟองน้ำ เป็นต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
Share on Facebook
 
 
Copyright © 2013-2015 www.bkchamber.com All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus